Sunday, July 26, 2015

7 วิธีปรับตัวเมื่อน้องหมาต้องย้ายไปอยู่ต่างประเทศ 2

3.สวมเสื้อผ้าให้น้องหมาอบอุ่น

     เมื่อผู้เลี้ยงพาน้องหมาย้ายไปอยู่ต่างประเทศ เสื้อผ้าสำหรับน้องหมา ก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับน้องหมาที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ โดยเฉพาะกับน้องหมาพันธุ์เล็กที่มีขนสั้น เพราะน้องหมาเหล่านี้มักจะขี้หนาว ซึ่งเราสามารถสังเกตเห็นได้จากน้องหมาจะมีอาการตัวสั่น หูเย็น ฯ โดยผู้เลี้ยงควรเลือกเสื้อผ้าที่มีความหนา และมีคุณสมบัติทนความหนาวเย็นได้ ซึ่งแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับน้องหมาที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศคือ เสื้อที่ถูกออกแบบให้บริเวณคอเป็นทรงสูง เช่น เสื้อคอเต่า หรือเสื้อที่สามารถคลุมตั้งแต่โคนหางจนถึงลำคอของน้องหมา และนอกจากนี้ผู้เลี้ยงอาจจะหาถุงเท้ามาให้น้องหมาสายพันธุ์เล็ก หรือน้องหมาเด็กสวมใส่เพราะพื้นภายในบ้านมักจะมีความเย็น เพื่อช่วยให้กักเก็บอุณหภูมิความร้อนในร่างกายน้องหมา และช่วยปกป้องเท้าของน้องหมาจากสิ่งสกปรก สารเคมีต่าง ๆ ภายในบ้านกันด้วยนะคะ

     ส่วนสำหรับผู้เลี้ยงหลาย ๆ คนที่เป็นกังวลว่า อุ้งเท้าน้องหมาที่ไม่มีขนมาคอยปกคลุมจะถูกหิมะกัดในช่วงหน้าหนาวจนต้องหารองเท้ามาให้น้องหมาสวมใส่นั้น ก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะได้มีงานวิจัยของประเทศญี่ปุ่นที่วิจัยเกี่ยวกับกลไกการทำงานของเท้าของน้องหมากับความเย็น โดยผลวิจัยบอกว่า เนื้อเยื่อบริเวณอุ้งเท้าน้องหมามีกระบวนการที่ทำให้ทนทานต่ออุณหภูมิที่หนาวเย็นจัดได้ถึง -35 องศาเซลเซียส เช่นเดียวกันกับที่พบในแขนขาของเพนกวินและสุนัขจิ้งจอกขั้วโลกเหนือ รวมไปถึงครีบปลาโลมา ซึ่งหมายความว่า ผู้เลี้ยงสามารถปล่อยน้องหมาออกไปเดินเล่นในหิมะได้ โดยไม่ต้องเป็นกังวลว่า อุ้งเท้าของน้องหมาจะเย็น แข็งชา หรือโดนหิมะกัดได้ง่าย ๆ ค่ะ แต่ถึงอย่างไร ก็ไม่แนะนำให้เพื่อน ๆ พาน้องหมาออกไปวิ่งเล่นท่ามกลางหิมะเป็นเวลานาน ๆ นะคะ เพราะน้องหมาอาจจะเป็นหวัด ปวดบวม หรือโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากสภาพอากาศหนาวเย็นก็ได้ค่ะ

4.ให้อาหารมีคุณภาพกับน้องหมา

     สำหรับเรื่องการให้อาหารน้องหมาก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กับเรื่องอื่น ๆ เลยค่ะ เพราะในต่างประเทศส่วนมากจะมีอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ผู้เลี้ยงจึงต้องเลือกอาหารที่มีคุณภาพดีให้กับน้องหมา โดยควรเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงคุณภาพดี เพื่อช่วยเสริมสร้างความอบอุ่นและช่วยเสริมสร้างพลังงานให้กับร่างกาย โดยผู้เลี้ยงควรเลือกเป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูปสูตรที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยของน้องหมาจะดีที่สุดเพราะอาหารเม็ดสำเร็จรูปมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและสมดุลเหมาะสมกับช่วงวัยเพื่อนำไปใช้ในการเจริญเติบโต พัฒนาสมองและอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย  และอาจจะเสริมด้วยวิตามิน น้ำมันปลา กล้วย ที่จะช่วยให้น้องหมามีผิวหนังชุ่มชื้น ขนสวย ไม่หลุดร่วงง่าย โดยเฉพาะกับน้องหมาสายพันธุ์ที่มักจะพบปัญหาผิวหนังและขนร่วงในจำนวนมาก เช่น ปั๊ก

     และหากผู้เลี้ยงจะทำอาหารปรุงสุกให้น้องหมากินเอง ก็ควรควบคุมน้ำหนักของน้องหมาให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอยู่เสมอและเลือกอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพดีมาประกอบอาหาร เช่น อกไก่ เนื้อหมู ฯ โดยเราต้องคำนวณปริมาณอาหารที่เหมาะสมในแต่ละมื้อให้น้องหมา ด้วย โปรแกรมการคำนวณหาปริมาณอาหารที่เหมาะสมต่อวันของสุนัข ด้วยนะคะ 

5.ออกกำลังกายสลายไขมัน

     นอกจากเรื่องอาหารที่ผู้เลี้ยงต้องคอยควบคุมให้น้องหมาอยู่เสมอแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ผู้เลี้ยงยังต้องหมั่นพาน้องหมาไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเผาผลาญพลังงานไม่ให้เกิดไขมันสะสม หรือเป็นโรคอ้วนได้ เพราะสภาพอากาศที่หนาวเย็นในต่างประเทศมักจะส่งผลให้น้องหมาขี้เกียจ เอาแต่นอนหลบความหนาวเย็นอยู่ภายในบ้าน ผู้เลี้ยงจึงต้องจัดตารางการออกกำลังกายให้น้องหมาและทำตามอย่างเคร่งครัด โดยอาจจะขอคำปรึกษากับสัตวแพทย์เพื่อจัดตารางการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับน้อหมาแต่ละตัวจะดีที่สุด

    สำหรับการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับน้องหมาพันธุ์เล็กควรเป็นการออกกำลังกายแบบเบา ๆ เช่น พาไปเดินหรือวิ่งเล่นตามสวนสาธารณะโดยให้น้องหมาอยู่ในสายจูงทุกครั้ง ใช้เพียงแค่ 10- 15 นาที แล้วพัก 5-10 นาที จากนั้นให้กลับมาออกกำลังกายใหม่ wonder wall หรืออาจจะสังเกตดูจากอาการหอบของน้องหมาที่จะแสดงออกมาตอนเหนื่อยก็ได้ค่ะ อาจจะหากิจกรรมอื่น ๆ เช่น เล่นเกมส์ฝึกสมอง โยนลูกบอล ดึงเชือก เพื่อกระตุ้นให้น้องหมาได้ออกกำลังกายทั้งร่างกายและสมองที่จะช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนในน้องหมาพันธุ์ใหญ่ผู้เลี้ยงอาจจะเพิ่มเวลาการออกกำลังกายเป็น 30-40 นาที ก็ได้ค่ะ ... ข้อสำคัญคือ ผู้เลี้ยงควรให้น้ำน้องหมากินก่อนและหลังออกกำลังกายเพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำกันด้วยนะคะ

6.ลดความถี่ของการอาบน้ำ

     ในช่วงระยะแรก 2-3 เดือนแรก ที่ผู้เลี้ยงเพิ่งพาน้องหมาย้ายไปต่างประเทศ แนะนำว่า ให้ผู้เลี้ยงลดความถี่ของการอาบน้ำให้กับน้องหมาลง โดยไม่ควรเกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพราะการอาบน้ำให้กับน้องหมามากหรือบ่อยเกินไปจะลดเป็นการปริมาณน้ำมันบนผิวหนัง ทำให้ผิวหนังและเส้นขนแห้ง ซึ่งอาจะทำให้น้องหมาเกิดอาการคัน มีสะเก็ดรังแค ที่เป็นสาเหตุหลักของโรคผิวหนังอักเสบและโรคผิวหนังต่าง ๆ

     แต่ถ้าหากน้องหมาเล่นซน หรือเปรอะเปื้อน ผู้เลี้ยงก็อาจจะเลือกใช้วิธีใช้โฟมอาบแห้งสำหรับสุนัขมาทำความสะอาดให้น้องหมา หรือใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาด ๆ เช็ดตัวและใช้ไดร์เป่าให้แห้งทันทีจะดีกว่า โดยใช้ไดร์เป่าเว้นระยะห่างจากตัวน้องหมาประมาณ 30 เซนติเมตร และแปรงขนให้น้องหมาในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อช่วยกระตุ้นต่อมไขมันใต้ผิวหนังให้มีน้ำมันมาเคลือบผิวหนังและเส้นขนน้องหมาให้มีความชุ่มชื้นกันด้วยนะคะ

7.ตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

     ผู้เลี้ยงควรพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เป็นประจำ อย่างน้อยทุก 6 เดือน และฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามโปรแกรมสุขภาพเพื่อช่วยลดอัตราการเป็นโรคต่าง ๆ  และเพื่อเช็คความแข็งแรงทั้งร่างกายภายนอกและระบบภายในร่างกายของน้องหมา เพราะน้องหมาที่ย้ายไปอยู่ต่างประเทศจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งในสภาพอากาศที่หนาวเย็นอาจจะทำให้น้องหมาเป็นโรคไข้หวัด โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ หรือโรคอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย

     การพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพจะช่วยทำให้ผู้เลี้ยงรู้ถึงแนวโน้ม หรือความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นผลดีที่ทำให้ผู้เลี้ยงสามารถเตรียมรับมือ และรักษาน้องหมาได้อย่างทันท่วงทีหากตรวจพบโรคต่าง ๆ ค่ะ

   สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมีแผนที่จะพาน้องหมาย้ายไปอาศัยอยู่ต่างประเทศ ก็อย่าลืมนำเคล็ดลับที่ปังปอนด์แนะนำไปปรับใช้ เตรียมรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกันด้วยนะคะ เพื่อนๆ จะได้ไม่ต้องปวดหัวกับพฤติกรรมที่อาจเกิดขึ้นของน้องหมาเมื่อต้องย้ายที่ อยู่ใหม่  รับรองว่าเพื่อน ๆ และน้องหมาจะมีความสุขกับการย้ายไปอยู่ต่างประเทศกันแน่นอนจ้า

No comments:

Post a Comment