ทำความเข้าใจ และเรียนรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงน้องหมาให้อยู่กับคนท้องอย่างมีความสุข
หลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินความเชื่อที่ว่า หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรเลี้ยงหรืออยู่ร่วมกันกับสุนัขเพราะจะทำให้ติดเชื้อโรคต่าง ๆ จากสุนัข ที่จะส่งผลกระทบต่อทารกทำให้ทารกพิการและเสียชีวิตได้ ซึ่งทำให้ทั้งคนรักสัตว์ หญิงตั้งครรภ์ และคนอื่น ๆ ในครอบครัวต่างก็เกิดความวิตกกังวลกันใช่ไหมล่ะคะ
เทคนิคการเลี้ยงการดูแล วันนี้ ปังปอนด์ก็เลยจะชวนเพื่อน ๆ คนรักน้องหมา ที่ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกภายในครอบครัว หรือหญิงที่กำลังตั้งครรภ์มาหาคำตอบให้หายข้องใจกันค่ะว่า หญิงตั้งครรภ์นั้นสามารถอยู่ร่วมกับน้องหมา หรือเลี้ยงน้องหมาได้หรือเปล่า และจะต้องมีวิธีบริหารจัดการอย่างไรที่จะสามารถทำให้น้องหมาอยู่ร่วมกับหญิงตั้งครรภ์ได้บ้าง เราไปติดตามกันเลยค่ะ ...
หญิงตั้งครรภ์สามารถเลี้ยงสุนัขได้ไหม
หญิงตั้งครรภ์เลี้ยงสุนัขได้ไหม , เลี้ยงสุนัขไว้ในบ้านจะเป็นอันตรายกับลูกน้อยในท้องหรือเปล่า ... เชื่อว่า คำถามนี้ยังคงเป็นคำถามของคนในครอบครัวคนรักสุนัขที่มีสมาชิกในบ้านตั้งครรภ์ หรือแม้แต่ผู้เลี้ยงที่กำลังตั้งครรภ์ต่างก็ยังสงสัยและเป็นกังวลกันอยู่ว่า จริง ๆ แล้วหญิงที่กำลังตั้งครรภ์อยู่นั้นสามารถเลี้ยงและอยู่ร่วมกันกับสุนัขได้หรือไม่ หรือการเลี้ยงสุนัขไว้ในบ้านที่มีหญิงตั้งครรภ์นั้นจะส่งผลเสียและเป็นอันตรายทำให้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์แท้งได้หรือเปล่า ... ซึ่งต้องขอตอบเลยค่ะว่า หญิงตั้งครรภ์สามารถเลี้ยงสุนัขได้ เพียงแต่ต้องดูแลเรื่องความสะอาดและเลี้ยงน้องหมาอย่างถูกวิธีเพื่อสุขอนามัยที่ดี รวมถึงต้องใส่ใจเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษด้วยนั่นเองค่ะ
โดยมีงานวิจัยจากศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกาได้วิจัยเกี่ยวกับหญิงตั้งครรภ์ที่เลี้ยงสุนัขแล้วพบว่า ผู้หญิงที่มีสัตว์เลี้ยงในขณะตั้งครรภ์ จะทำให้ความเครียดและความวิตกกังวลในการตั้งครรภ์ลดลง จิตใจผ่อนคลาย มองโลกในแง่ดี คลายเหงา ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพ และอารมณ์ของหญิงตั้งครรภ์ และลูกน้อยในครรภ์ได้เป็นอย่างดี รวมถึงการเล่นกับสัตว์เลี้ยงยังเป็นการออกกำลังกายทำให้ร่างกายของหญิงตั้งครรภ์แข็งแรงไปในตัว แต่ทั้งนี้ก็ต้องรู้จักวิธีดูแลสุนัขและวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายในขณะตั้งครรภ์ เพราะสัตว์เลี้ยงก็สามารถทำให้เกิดโรคในหญิงตั้งครรภ์ได้เช่นกันค่ะ ...
เมื่อเรารู้ว่า หญิงตั้งครรภ์สามารถเลี้ยงสุนัขได้แล้ว ทีนี้เราก็ต้องเรียนรู้วิธีการอยู่ร่วมกันกับน้องหมา ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากสมาชิกทุกคนในครอบครัว รวมถึงตัวหญิงตั้งครรภ์เองที่จะต้องร่วมกันใส่ใจดูแลเรื่องสุขอนามัยเป็นพิเศษ และช่วยกันลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในหญิงตั้งครรภ์กันด้วยนะคะ โดยเราสามารถเตรียมความพร้อมกันได้ด้วย 4 วิธีง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
4 วิธีเตรียมความพร้อมให้น้องหมาอยู่ร่วมกับหญิงตั้งครรภ์
จัดพื้นที่ให้สุนัขอยู่เป็นสัดส่วน
ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องลงมือทำเป็นอันดับแรกสำหรับบ้านที่มีหญิงตั้งครรภ์ นั่นก็คือ การจำกัดพื้นที่ให้น้องหมาอยู่เป็นสัดส่วน โดยผู้เลี้ยงควรจัดแบ่งพื้นที่และเลือกตำแหน่งที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดให้น้องหมา อาจจะใช้ กรง ที่กั้นคอก จำกัดพื้นที่ไม่ให้น้องหมาเดินได้อย่างอิสระ เพื่อไม่ให้น้องหมารบกวนหญิงตั้งครรภ์และเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น เช่น น้องอาจเดินมาพันขาทำให้หญิงตั้งครรภ์สะดุดล้มได้ เสียงเห่าทำให้หญิงตั้งครรภ์ตกใจซึ่งจะส่งผลต่อทารกในครรภ์ ซึ่งบริเวณที่เหมาะสมสำหรับน้องหมาควรเป็นพื้นที่ห่างจากบริเวณที่หญิงตั้งครรภ์อาศัยอยู่พอสมควร และเป็นพื้นที่ที่เงียบสงบ อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีร่มเงาที่เพียงพอ ซึ่งอาจจะเป็นมุมใดมุมหนึ่งของพื้นที่ภายในบริเวณบ้านก็ได้ และที่สำคัญ ต้องเป็นพื้นที่ที่ง่ายต่อการดูแลทำความสะอาดด้วยค่ะ
แต่สำหรับกรณีที่น้องหมาถูกเลี้ยงให้นอนอยู่ในห้องเดียวกันกับหญิงตั้งครรภ์อยู่ก่อนแล้วนั้น แนะนำว่า ควรจัดแบ่งพื้นที่ภายในห้องนอนให้กับน้องหมาอย่างชัดเจน โดยไม่ควรให้น้องหมาขึ้รมานอนร่วมเตียงเดียวกันกับหญิงตั้งครรภ์ และอาจจะหาเครื่องฟอกอากาศเข้ามาติดตั้งสักเครื่อง พร้อมกับหมั่นดูแลทำความสะอาดห้องนอนอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขอนามัยที่ดีกันด้วยนะคะ
นอกจากนี้แล้วผู้เลี้ยงยังต้องคอยระมัดระวังไม่ให้น้องหมาไปคลุกคลี เล่นกับสุนัขหรือสัตว์อื่น ๆ ที่อาศัยอยู่นอกบ้าน และถ้าหากบ้านไหนมีน้องหมาที่ชอบวิ่งไล่จับหนู ผู้เลี้ยงก็ควรป้องกันไม่ให้น้องหมาไล่จับหนู โดยอาจจะหากาวดักหนู หรือวิธีอื่น ๆ มาดักหนูแทนเพราะการที่น้องหมาวิ่งไล่หรือกัดหนูนั้น น้องหมาอาจะติดเชื้อโรคต่าง ๆ มา เมื่อหญิงตั้งครรภ์สัมผัสน้องหมาก็อาจจะได้รับเชื้อโรคเหล่านั้นได้ค่ะ
รักษาความสะอาดเสมอ
การรักษาความสะอาด ถือเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่ร่วมกันระหว่างหญิงตั้งครรภ์และน้องหมาเลยก็ว่าได้ค่ะ โดยการรักษาความสะอาดนี้จำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากสมาชิกทุกคนภายในบ้านที่ต้องช่วยกันดูแล ซึ่งเราสามารถแบ่งการทำความสะอาดออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ การดูแลทำความสะอาดบ้าน และการดูแลทำความสะอาดน้องหมา
สำหรับ การทำความสะอาดบ้าน เป็นหน้าที่ของสมาชิกในบ้านที่ต้องช่วยกันดูแลทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ ควรหมั่นกวาดบ้าน เพื่อกำจัดเศษขนน้องหมาที่หลุดร่วงออกมา ถูบ้านด้วยน้ำยาที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อทุกวันเพื่อป้องกันไรฝุ่น และฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อยู่ตามพื้น และสำหรับบ้านที่เลี้ยงน้องหมาไว้ภายในบ้าน การกำจัดเห็บภายในบ้านก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้เลี้ยงจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์เพราะเห็บอาจกัดหญิงตั้งครรภ์ให้เกิดอาการแพ้ เกิดผื่นคันขึ้นได้ (หญิงตั้งครรภ์หลายคนมักกลัว เห็บหมัด ว่าจะเป็นตัวนำเชื้อโรคมาสู่คน ซึ่งจริง ๆ แล้วเห็บหมัดนั้นสามารถกัดเราจนเป็นแผล หรือผื่นได้ แต่ไม่สามารถอาศัยเกาะกินเลือดเราได้นาน เหมือนเกาะอยู่ที่น้องหมา เพราะร่างกายของเราไม่เหมาะสมที่จะเป็นโฮสต์ หรือที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของ เห็บหมัดค่ะ) โดยเริ่มจากการกวาดบ้าน ถูบ้าน ดูดฝุ่น โดยเน้นดูดฝุ่นตามซอกมุมต่าง ๆ ภายในบ้าน เช่น บนพื้น รอยต่อของไม้ ซอกประตู หน้าต่าง ทำความสะอาดที่นอน โซฟา โต๊ะ ตู้ ฯลฯ หรือในที่ที่คิดว่า ตัวอ่อนของเห็บจะสามารถซุกซ่อนอยู่ได้
และหลังจากที่ผู้เลี้ยงทำความสะอาดกวาดถูบ้านเสร็จแล้ว แนะนำให้ใช้ยาพ่นกำจัดเห็บที่มีส่วนผสมของ Pyrethrin หรือ Permethrin ที่มีฤทธิ์ฆ่าเห็บมาฉีดพ่นตามฝาผนัง ซอกต่าง ๆ เพราะเห็บมักจะเข้าไปหลับและฝังอยู่ตามผนังที่มีช่องว่าง สิ่งสำคัญ ในขณะพ่นยากำจัดเห็บก็อย่าลืมที่จะใส่หน้ากากป้องกันการสูดดมยา และควรป้องกันสมาชิกในบ้านที่เสี่ยงได้รับสารเคมี เช่น หญิงตั้งครรภ์ ลูกหลาน สัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ให้ออกจากพื้นที่ในขณะฉีดพ่นก่อน และรอจนกว่าสารเคมีจะแห้งจึงค่อยปล่อยให้สมาชิกในบ้านเข้าบ้านได้ค่ะ ... การทำความสะอาด และพ่นยาภายในบ้านเป็นประจำจะช่วยป้องกันและช่วยลดจำนวนของเห็บลงได้เป็น จำนวนมาก รวมถึงยังช่วยกำจัดแมลงอื่น ๆ ภายในบ้านได้อีกด้วยค่ะ (อ่านเพิ่มเติมบทความ เห็บ ศัตรูตัวร้ายของน้องหมาที่ต้องกำจัด)
ส่วนในหญิงตั้งครรภ์ที่มักจะทำงานบ้าน เช่น ล้างจาน ทำสวน ฯ เป็นกิจวัตรประจำวันอยู่แล้ว แนะนำว่า ให้สวมใส่ถุงมือยางทุกครั้งที่ล้างจานเพื่อป้องกันการแพ้น้ำยาล้างจาน และใส่ถุงมือทุกครั้งที่ลงมือทําสวน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคจากการสัมผัสพื้นดินและหญ้า ที่น้องหมาอาจขับถ่ายทิ้งเอาไว้ด้วยนะคะ
ส่วนเรื่อง การดูแลทำความสะอาดน้องหมานั้น ควรเป็นหน้าที่ของสมาชิกภายในบ้านที่จะต้องอาบน้ำทำความสะอาดน้องหมาเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และแปรงขนน้องหมาเพื่อสางขนชุดเก่ารวมถึงสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ติดอยู่ตามตัวน้องหมาออก Wh
Wo
Hi
An
Va
Bi
Wo
Wo
Mo
Bu
Wo
Ki
Ex
Co
Th
Wh
Ha
De
Fo
Yo
ไม่แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์อาบน้ำให้น้องหมาเองเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ เช่น สะดุด ลื่นล้ม น้องหมาเลียหน้า ฯ แลถ้าหากน้องหมาที่เลี้ยงในบ้านที่มีหญิงตั้งครรภ์เป็นน้องหมาพันธุ์ขนยาว ก็ควรพาน้องหมาไปตัดขนเป็นทรงขนสั้นเพื่อลดการหลุดร่วงของขนน้องหมา ที่อาจทําให้หญิงตั้งครรภ์เป็นโรคภูมิแพ้ขนสัตว์และโรคหอบหืดได้ค่ะ ... การรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคต่าง ๆ ในหญิงตั้งครรภ์ได้อย่างดีทีเดียวเลยล่ะค่ะ
ระมัดระวังในการเล่นกับสุนัข
เป็นสิ่งที่หญิงตั้งครรภ์ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษสำหรับการเล่น หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันกับน้องหมา เพราะหญิงตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านสรีระ การเคลื่อนไหวที่ช้าลง เดินไม่สะดวกและคล่องตัวเหมือนก่อน จึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ในขณะที่เล่นกับน้องหมาได้ง่าย ...
ทุกครั้งที่หญิงตั้งครรภ์จะเล่นกับน้องหมา จึงจำเป็นที่จะต้องประเมินความเสี่ยง และระมัดระวังในการเล่นกับน้องหมาเพราะน้องหมาบางสายพันธุ์โดยเฉพาะน้องหมาพันธุ์ใหญ่มักจะชอบแสดงความรัก ความดีใจด้วยการกระโดดใส่เจ้าของ ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้เป็นอันตรายต่อหญิงตั้งครรภ์ ที่มีการทรงตัวและการเคลื่อนไหวที่ไม่ดีเหมือนคนปกติ หากน้องหมากระโจนเข้าใส่ เพราะอยากเล่นด้วย ก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุหกล้มจนกระทบกระเทือนไปถึงลูกน้อยในท้องได้ค่ะ
ฉะนั้น ทางที่ดีผู้เลี้ยงที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ก็ควรหลีกเลี่ยงการทำให้น้องหมาตื่นเต้น โดยหลีกเลี่ยงการใช้เสียงแหลมสูงที่ชวนให้น้องหมาตื่นตัว หรือเล่นแรง ๆ กับน้องหมา และต้องคอยห้ามทุกครั้งที่น้องหมาพยายามที่จะวิ่งเข้าหาหรือพยายามกระโจนใส่ ด้วยการใช้คำสั่งอย่าหยุด ด้วยเสียงโทนต่ำเพื่อบอกกับน้องหมาว่า การวิ่งเข้าหาหรือการจะกระโจนใส่เป็นสิ่งผิดที่ห้ามกระทำ แต่ถ้าหากน้องหมายังมีอาการตื่นเต้นอยู่ ก็ให้ผู้เลี้ยงเดินหลบ ทำเป็นไม่สนใจ ไม่มอง ไม่พูด ไม่สบตา และรอจนกว่าน้องหมาจะสงบหรือนั่งเรียบร้อย แล้วจึงค่อยเข้าไปหา ทักทายน้องหมาแบบเงียบ ๆ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดคือ ลูบตัวลูบหัวน้องหมาพอประมาณ พร้อมกับพูดชื่นชมน้องหมาว่าทำดีแล้วเก่งมาก การทำแบบนี้จะทำให้น้องหมาเข้าใจว่า การสงบนิ่ง หรือนั่งเรียบร้อยเท่านั้น ที่จะสามารถเรียกร้องความสนใจจากเราได้นั่นเองค่ะ
ส่วนสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่เลี้ยงสุนัขสายพันธุ์เล็ก เช่น ชิวาวา ปอมเมอเรเนียน พูเดิ้ล ยอร์คเชียร์เทอร์เรีย ฯลฯ นั้น สามารถพาน้องหมาไปเดินเล่นออกกำลังกายได้ไม่เป็นอันตราย แต่ก็ควรระมัดระวังไม่ให้น้องหมาเลียหน้า ปาก หรือมือ และขอเน้นย้ำว่า หญิงตั้งครรภ์ควรหมั่นล้างมือให้สะอาดทุกครั้งที่จับหรือสัมผัสตัวน้องหมา และล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารเพื่อป้องกันเชื้อโรคที่อาจเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งจะส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ค่ะ
ดูแลน้องหมาให้มีสุขภาพดี
นอกจากที่หญิงตั้งครรภ์จะต้องดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงสมบูรณ์อยู่ตลอดเวลาแล้ว การดูแลน้องหมาให้มีสุขภาพดีก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ... โดยผู้เลี้ยงควรพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามโปรแกรมสุขภาพ และหมั่นพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เป็นประจำ อย่างน้อยทุก 6 เดือน เพราะว่าการพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพจะช่วยทำให้ผู้เลี้ยงรู้ถึงแนวโน้ม หรือความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นผลดีที่ทำให้ผู้เลี้ยงสามารถเตรียมรับมือ และรักษาน้องหมาได้อย่างทันท่วงทีหากตรวจพบโรคต่าง ๆ และที่สำคัญคือจะช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้น้องหมาเป็นพาหะนําเชื้อโรคต่าง ๆ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า , โรคพยาธิท็อกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) ที่มักพบอยู่ในอุจจาระของสุนัขและแมว Re
Hi
Wo
Ki
Ug
Co
Gr
An
Ug
Bo
Bi
Ho
Th
Co
Yo
Wo
Ze
Th
Th
Ze
Bo
Go
Fr
Ho
Hi ที่อาจติดต่อมาสู่ผู้เลี้ยงที่กำลังตั้งครรภ์ ซึ่งจะส่งผลให้ทารกพิการ แท้งหรือเสียชิวิตได้
นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงยังควรดูแลในเรื่องอาหารการกินสำหรับน้องหมา โดยควรเลือกให้อาหารที่มีคุณภาพ เลือกให้อาหารสำเร็จรูปชนิดเม็ดสำหรับสุนัขให้กับน้องหมาจะดีที่สุด เพราะมีคุณค่าสารอาหารครบถ้วนเหมาะกับน้องหมา ควรหลีกเลี่ยงการให้สุนัขกินอาหารเปียก อาหารของคน หรืออาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ดิบ (BARF) เพราะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย ทำให้อาหารเน่าเสีย ที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวและอาเจียนในน้องหมา ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ได้ค่ะ
ทีนี้เราก็ได้รู้กันแล้วนะคะว่า หญิงตั้งครรภ์นั้นสามารถเลี้ยงน้องหมาได้เหมือนกับคนปกติทั่วไป เพียงแต่ต้องรักษาเรื่องความสะอาด และเลี้ยงน้องหมาอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้นั่นเองค่ะ และในสัปดาห์หน้า คอลัมน์เทคนิคการเลี้ยงการดูแลก็จะมีบทความเกี่ยวกับการเลี้ยงน้องหมาร่วมกับเด็กในแต่ละช่วงวัย ยังไงก็อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ
No comments:
Post a Comment